วันศุกร์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

คำคุณศัพท์ขั้นสุด

คำคุณศัพท์ที่มีพยางค์เดียวหรือสองพยางค์บางคำทำเป็นรูปขั้นกว่าได้โดยการเติม –er และคำคุณศัพท์ที่มีหลายพยางค์ให้เติม more ข้างหน้า
จากกฏนี้สามารถนำมาใช้ในการสร้างคำคุณศัพท์ขั้นสุดได้โดยตรงนั่นคือ คำคุณศัพท์ที่ทำเป็นขั้นกว่าโดยการเติม –er จะทำเป็นคำคุณศัพท์ขั้นสุดได้โดยการเติม est ส่วนคำคุณศัพท์ที่ทำเป็นขั้นกว่าโดยการเติม more นำหน้าก็สามารถทำให้เป็นคำคุณศัพท์ขั้นสุดได้โดยการเติม most นำหน้าเช่นกัน
คำคุณศัพท์ที่มีพยางค์เดียว
คำคุณศัพท์ที่มีพยางค์เดียวส่วนใหญ่ทำเป็นรูปขั้นกว่าและขั้นสุดได้โดย การเติม –er และ –est ท้ายคำคุณศัพท์ตามลำดับ


could
colder
coldest
new
newer
newest
slow
slower
slowest
small
smaller
smallest



ในบางกรณีต้องเพิ่มอังกษรตัวสุดท้ายเข้าไปอีกหนึ่งตัวก่อนเติม er ให้เป็นคำคุณศัพท์ขั้นกว่าและเติม est ให้เป็นคำคุณศัพทขั้นสุด


big
bigger
biggest
hot
hotter
hottest
fat
fatter
fattest
thin
thinner
thinnest



คำคุณศัพท์ที่ลงท้ายด้วย y ถ้าหน้า y เป็นพยัญชนะต้องเปลี่ยน y เป็น i ก่อนแล้วจึงเติม –er หรือ -est


dry
drier
driest



คำคุณศัพท์ที่ลงท้ายด้วย e สามารถเติม r หรือ st ได้เลย


large
larger
largest
late
later
latest
nice
nicer
nicest
wide
wider
widest



และมีคำยกเว้นบางคำเท่านั้นที่ไม่เป็นไปตามกฏดังกล่าว


good
better
best
bad
worse
worst



คำคุณศัพท์ที่มีสองพยางค์
คำคุณศัพท์ที่ลงท้ายด้วย y ให้เปลี่ยน y เป็น I ก่อนแล้วจึงเติม –er หรือ –est เพื่อทำให้เป็นคำคุณศัพท์ขั้นกว่าและขั้นสุดท้ายตามลำดับ


early
earlier
earliest
easy
easier
easiest
sunny
sunnier
sunniest



สำหรับคำอื่นที่เหลือให้ใช้คำว่า more และ most นำหน้าคำคุณศัพท์รูปเดิม


careful
more careful
most careful
famous
more famous
most famous
surprised
more surprised
most surprised



คำคุณศัพท์ที่มี3พยางค์ขึ้นไป
โดยทั่วไปคำคุณศัพท์ที่มี 3 พยางค์ขึ้นไปเป็นขั้นกว่าและขั้นสุดได้โดยใช้คำว่า more และ most หน้าคำคุณศัพท์นั้น
Beautiful
more beautiful
most beautiful
difficult
more difficult
most difficult
interesting
more interesting
most interesting


ยกเว้นเฉพาะคำคุณศัพท์ 3 พยางค์ที่ขึ้นต้นส่วนเติมหน้า (Prefix) un-
unhaapy
unhappier
unhappiest
more unhappy
most unhappy

วันพุธที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

สรุปใช้กริยาช่วย

VERB
SENSE
EXAMPLE
can
1.ความสามารถ
I can play the guitar.

2.การขอร้อง
Can I use your phone?



could
1.การขอร้อง
Could I use your phone?

2.การแนะนำ
You could buy her some flowers.

3.ความเป็นไปได้
There could be some rain tomorrow.



may
1.การขอร้อง
May I use your phone?

2.ความเป็นไปได้
It may be your brother.



might
1.การขอร้อง
Might I disturb you for a moment?

2.ความเป็นไปได้
There might be some snow tomorrow.



must
การบังคับ
You must stop smoking.



shall
1.การแนะนำ
Shall we go to the cinema?

2.การเสนอให้
Shall I carry your case?



should
คำแนะนำ
You should stop smoking.



wil
1.เหตุการณ์ในอนาคต
When will you be 27?

2.การตัดสินใจ
$10? That's fine. I'll take it.



would
1.เงื่อนไข
If I were you, I'd go by subway.

2.เงื่อนไขแบบอื่นๆ
Would you like tea or coffee?


I'd prefer tea.


I'd recommend the Grand Hotel.


I'd rather you didn't

วันอังคารที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

กริยาช่วย Shall

Shall เป็นอีกรูปหนึ่งของกริยาช่วย will ซึ่งใช้กับสรรพนาม I และ we ในภาษาอังกฤษสมัยใหม่ การใช้รูปแบบเก่านั้นจะให้ใช้เฉพาะในการพูดและการเขียนแบเป็นทางการ ส่วนในการพูดในชีวติประจำวันจะใช้เฉพาะเมื่อขึ้นต้นประโยคคำถามที่ใช้เพื่อการเสนอแนะหรือการแนะนำเท่านั้น

ในบทนี้เราจะฝึกการใช้ประโยคคำถามดังต่อไปนี้

ใช้สำหรับการให้คำแนะนำ
- Shall we stop and have adrink?
- Shall I take a photograph of you?
- Shall we have a party?

ใช้สำหรับการขอคำแนะนำ
- What shall we do now?
-Who shall we invite?

ใช้สำหรับการให้ข้อเสนอ
-Shall I make some tea?
-Shall I open the door for you?
-What shall I do now?

สำหรับการใช้ shall ในปัจจุบันนี้จะใช้เฉพาะในคำถามกับสรรพนาม I และ we ในภาษาพูดแบบกันเองในชีวิตประจำวันเท่านั้น

ส่วนการใช้ shall กับสรรพนาม you,he,she,it,they หรือ I และ we นั้นถ้าไม่ใช่เป็นการเสนอให้คำแนะนำแล้ว ในปัจจุบันจะถือว่าเป็นภาษาโบราณหรือภาษาที่เป็นทางการมาก

ตัวอย่างการใช้ shall อย่างเป็นทางการ

1) เพื่อพูดถึงสิ่งที่จะเกิดในอนาคตในประโยคที่ใช้สรรพนาม I และ we (กรณีนี้ถ้าป็นภาษาพูดแบบกันเอง โดยปกติจะใช้ will)

I shall be 40 next Thursday.
ฉันจะอายุ 40 ปี ในวันพฤหัสหน้า

We shall arrive on the 17.45 flight.
ฉันจะมาเที่ยวบินเวลา 17.45น.

2) เพื่อแสดงการสัญญาในประโยคที่ใช้สรรพนาม I และ we (กรณีนี้ถ้าเป็นภาษาพูดแบบกันเองโดยปกติจะใช้ will)

I shall never forget you.
ฉันจะไม่ลืมเธอ

"We shall defend our island... we shall fight on the beaches... we shall fight in the fields and in the streets, we shall fight in the hills. We shall never surrender." Winstomn Churchill, June 4th 1940.

"เราปกป้องเกาะของเรา... เราจะต่อสู้บนชายหาด เราจะต่อสู้ในทุ่งนาและในท้องถนน เราจะต่อสู้บนเทือกเขา เราจะไม่ยอมจำนน" วินสตัน เซอร์ซิล 4 มิถุนายน 1940

3) เพื่อการออกคำสั่งในประโยคที่ใช้สรรพนาม you, he, she it และ they โดยเฉพาะในเอกสารเกี่ยวกับกฏหมายหรือเอกสารทางราชการ

This constitiution shall be the supreme law of the land. The Senate of the United States shall be Composed of two senators from each state, for six years. (Extracts from the Constitution of the United States.)

รัฐธรรมนูญฉบับนี้จะเป็นกฏหมายสูงสุดของประเทศ สภาสูงของประเทศสหรัฐอเมริกาจะประกอบด้วยวุฒิสมาชิก 2 คนจากแต่ละรัฐเป็นเวลา 6 ปี

วันศุกร์ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

Official Style.

คำว่า official style นี้เราหมายถึงรูปแบบของสำนวนภาาาที่พบในแบบฟอร์มของทางราชการหรือเป็นในประกาศของทางราชการซึ่งภาษาอังกฤเรียกภาษาประเภทนี้ว่า officialese เหมือนเป็นภาษาหนึ่งอย่าง Chinese หรือ Japanese เป็นต้น

สำนวนแบบนี้จะพบได้เฉพาะในแบบฟอร์มของทางราชการเท่านั้น ดังตัวอย่างต่อไปนี้

Please complate in block capitals.
โปรดกรอกข้อความโดยใช้อักษรตัวพิมพ์ใหญ่

Delete as applicable.
ขีดฆ่าคำที่ไม่ต้องการ

Tick appropriate box.
กาเครื่องหมายลงในช่องที่เหมาะสม

คุณอาจเคยพบมาหลายครั้งแล้วภาษาราชากรที่ใช้ในการพูดและการเขียนจะไม่ใช้ในภาษาพูดแบบกันเอง (เช่นใช้คำ occupation แทนคำว่า job) หรือเป็นสำนวนที่ยาวกว่าหรือชัดเจนกว่า (เช่นใช้ full postal address แทนที่จะใช้ address) และคำถามที่ใช้ก็มักจะมีรูปแบบที่ต่างกันออกไป (เช่นใช้ประโยค Wha is your age? แทน How old are you? )

จากตารางข้างล่างนี้เป็น "ภาษาราชการ" (official expressions) และ "ภาษาแบบกันเองที่มรความหมายเหมือนกัน" (informal equivalents)




วันจันทร์ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

การใช้กริยาช่วย may และ might

May I disturb you for a moment?
-ขอรบกวนคุณสักครู่ได้ไหม

May I use your phone?
-ขออนุญาตใช้โทรศัพท์ได้ไหม

ในประโยคประเภทนี้ถ้าผู้พูดต้องการเพิ่มความสุขภาพหรือความเป็นทางการกับประโยคขอร้องสามารถใช้กริยาช่วย might แทน may

-Might I disturb you for a moment?
-Might I user your phone

ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่ากริยาช่วยทั้งสองคำนี้รวมทั้ง can และ could ซึ่งคุณเคยเรียนแล้วในบทที่ผ่านมา สามารถใช้ในการขออนุญาตโดยมีขอบเขตตั้งแต่ค่อนข้างสุภาพไปจนถึงสุภาพมาก



ในประโยคบอกเล่าและปฏิเสธสามารถใช้ may (แต่ไม่ใช้ might) ในการให้และปฏิเสธคำอนุญาตอย่างค่อนข้างเป็นทางการ

You may now smoke if you wish.
-คุณจะสูบบุหรี่ก็ได้ ถ้าคุณต้องการ
May I leave now?
-ขออนุญาตออกไปตอนนี้ได้ไหม
Yes, you may.
-ได้ คุณออกไปได้
No, you may not
-ไม่ได้ คุณออกไปไม่ได้

เราสามารถใช้ may และ might ในการพูดเกี่ยวกับความเป็นไปได้

I may be your mother.
 -อาจจะเป็นแม่ของคุณก็ได้
I might be the Prime Minister.
 -อาจจะเป็นนายกรัฐมนตรีก็ได้
There may be some rain.
 -อาจจะมีฝนตก
There might be some snow.
-อาจจะมีหิมะตก

ในบริบทนี้เป็นไปได้ที่จะใช้กริยาช่วย could แต่มีความหมายต่างกันเล็กน้อยซึ่งแยกกริยา may,might และ could ออกจากกันได้ ในกรณีนี้ might แสดงความเป็นไปได้น้อยที่สุด

โปรดสังเกตว่าไม่สามารถใช้กริยาช่วย can ในความหมายนี้ได้



may และ might ก็เหมือนกับกริยาช่วยตัวอื่นคือมีรูปเดียวใช้ได้กับประธานทุกตัว


รูปปฏิเสธของ may และ might ก็คือ my not และ might not ตามลำดับ รูปย่อคือ mayn't และ mightn't แต่ไม่ได้ใช้บ่อยน้ก

I may go and I may not go.
It might snow and it might not snow.

รูปคำถามทำได้โดยการสลับตำแหน่งระหว่างประธานกับกริยาช่วย และใช้ ในการขออนุญาตหรือถามเกี่ยวกับความเป็นไปได้

-May I come in?
-Might I disturb you for a moment?
-When might you come?

แต่จะไม่ใช้กริยา may ในประโยคคำถามเกี่ยวกับความเป็นไปได้ ดังนั้น ประโยค May it snow tomorrow? จึงไม่ถูกต้อง ควรจะถามโดยใช้ ประโยคต่อไปนี้แทน

-Do you think it will snow tomorrow?
-Is it going to snow tomorrow?

หนังสือไวยากรณ์บางเล่มอธิบายว่า might เป็น "รูปอดีตของ may" แต่จากข้อสังเกตและตัวอย่างที่ให้ไว้ข้างบนเรื่องนี้ไม่เป็นความจริงความแตกต่างของกริยาสองรูปนี้อยู่ที่ความแตกต่างในเรื่องรูปแบบของสำนวนการพูด (เมื่อใช้ในการอนุญาต การใช้ might จะแสดงความสภาพและเป็นทางการกว่า may) และสีสันของภาษา (เมื่อพูดถึงความเป็นไปได้ might มีความเป็นไปได้น้อยกว่า may)

วันอังคารที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

คำที่ลงท้ายด้วย y

คำที่ลงท้ายด้วย y
เราสามารถสรุปกฏเกี่ยวกับการสร้างคำพหูพจน์ในภาษาอังกฤษได้ว่า คำที่ลงท้ายด้วย y ต้องเปลี่ยน y เป็น i หากหน้า y  เป็นพยัญชนะแต่ถ้า y  เป็นสระไม่ต้องเปลี่ยน (a, e, i, o, u) เปรียบเทียบดัวอย่างต่อไปนี้
-          City,cities                                day, days
-          Country,countries                   key, keys
-          Nationality, nationalities        boy, boys
-          Cherry, cherries                     freeway, freeways


วันอังคารที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

การใช้ will แสดงอนาคต


การใช้กริยามีดังต่อไปนี้

1.แสดงอนาคต คือใช้แสดงความจริงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต 
- When will you be 21?
- I’ll be 21 in March.

2.แสดงการทำนาย
- They will be rain everywhere

  3.ในประโยคแสดงเงื่อนไข
- If I see you again
- Will I only say “Hello”?

วิธีอื่นที่จะพูดถึงอนาคต

วิธีที่จะพูดถึงอนาคตในภาษาอังกฤษมีหลายวิธีล้วนแล้วแต่ขึ้ชื่อในเรื่องของความซับซ้อนทั้งสิ้นในบทนี้จะเน้นแบบเดียวคือ การใช้กริยาช่วย will แต่ในบทที่ผ่านมาคุณได้พบกับวิธีอื่นๆ มาแล้วเช่น

-going to + infinitive

-presents continuous ในความหมายแสดงว่ากิจกรรมในอนาคตได้มีการตัดสินใจหรือจัดเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว
     Are you free tomorrow afternoon?
     No. Sorry. I’m playing tennis at 2.00, and I’m meeting my mother at 4.00.

-present simple ในความหมายแสดงอนาคต โครงสร้างนี้ใช้กับกำหนดการณ์ต่างๆ เช่น ตารางเวลาการเดินรถโดยสาร หรือกำหนดเวลาของการแสดงหรืองานบันเทิงต่างๆ
     What time does your plane leave?
     It leaves at 8.30.
     What time does the film start?
     It starts at 8.45.


เพื่อให้คุณเข้าใจง่ายขึ้น สรุปเป็นข้อๆ ได้ดังนี้
     -ในการแสดงเงื่อนไข ใช้ will
     -ในการทำนายใช้ will หรือ going to
     -เมื่อพูดถึงสิ่งที่ได้จัดเตรียมหรือตัดสินใจเรียบร้อยแล้วใช้ going to หรือ present continuous
     -เมื่อพูดถึงตารางเวลาการใช้บริการสาธารณะใช้ present simple